Sport Mode พื้นฐานของการถ่ายภาพที่ควรรู้

โหมดนี้ต้องบอกเลยว่า ถ้าใครมีความรู้พื้นฐานของการถ่ายภาพมาบ้าง

ก็คงจะรู้ได้ว่าการถ่ายภาพกีฬาหรือว่าอะไรที่รวดเร็วๆอย่างเด็กๆวิ่งเล่นหรือพวกรถแข่งทั้งหลายนั้นหรือจะพวกสายถ่ายนกทั้งหลาย ก็คือต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงๆนั้นเอง เพื่อให้ภาพที่ได้ไม่สั่นไหวหรือเบลอจนใช้ไม่ได้ ดังนั้นโหมดนี้ก็มีหลักการง่ายๆคือพยายามเพิ่มค่าความเร็วชัตเตอร์ให้มากทีสุด เพื่อให้ภาพไม่สั่นไหว

นั้นก็สำหรับมือใหม่ทีคิดว่าจะต้องถ่ายลูกเด็กเล็กแดงวิ่งกันได้ง่ายยิ่งขึ้น

ภาพที่หยุดนิ่งมากที่สุดนั้นเป็นการแปรตามความเร็วชัตเตอร์แล้วก็ความเร็วของตัวแบบด้วย ถ้ายิ่งเร็ว ความเร็วชัตเตอร์ก็ต้องยิ่งสูงขึ้น

แล้วด้วยความเร็วนั้นอาจจะทำให้กล้องโฟกัสไม่โดน ดังนั้นโหมดนี้จึงพยายามปรับค่ารูรับแสงให้สูงขึ้นด้วยเพื่อให้เกิดความชัดที่มีระยะกว้างขึ้น แล้วเมื่อรูรับแสงกว้างแล้วก็ความเร็วชัตเตอร์เยอะขึ้นขนาดนี้ทั้งคู่ ก็จะเป็นมหากาฬของค่า ISO ที่ต้องอัพขึ้นมาตามสภาพแสงเพื่อมาชดเชยแสงที่น้อยลงไปจากการปรับค่าทั้งสองมากขึ้น

แล้วนั้นแหละก็จะเป็นตัววัดของกล้องโปรหรือกล้องถ่ายทั่วไปแล้วล่ะ ประมาณว่าการถ่ายแนว Sport นี้เป็นการใช้ประสิทธิภาพของกล้องอย่างแท้จริง ถ้ากล้องทีจัดการ ISO ได้ไม่ดีพอ แล้วถ่ายในที่แสงไม่มากนัก ก็จะเกิดเป็น Noise ที่มหาศาลจนอาจทำให้รูปไม่สวยเลยทีเดียว

นั้นแหละช่างภาพสายนี้ก็เลยเป็นสายที่ค่อนข้างเปลื่องเงินอย่างมาก นี่ยังไม่ได้พูดถึงเลนส์นะเนี่ย เพราะสายนี้จำเป็นต้องใช้เลนส์ที่มีความยืดหยุนสูง

เช่นต้องเป็นเลนส์ซูมที่มีระยะกลางๆยันไกลๆเลย เพราะกีฬาแต่ละประเภทส่วนมากจะต้องถ่ายจากที่ไกลๆ ไม่สามารถเข้าใกล้ได้มากนัก เรียมถึงเลนส์ซูมที่มีค่ารูรับแสงต่ำๆนั้นราคาก็สูงมาก เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีตัวท็อปของเลนส์เลยล่ะ

แล้วทางเทคนิคที่เลนส์จะทำได้ขนาดนั้นก็ต้องบอกเลยว่าเหมือนแบบบาซูก้าไปมา เพราะฉนั้นสายนี้ได้ชื่อว่าสายที่ถึกที่สุดก็ว่าได้